เรื่องเล่าที่หนองเขียว

เรื่องเล่าที่หนองเขียว

เช้าวันอาทิตย์สายๆของวันที่ 27 พฤษภาคม 2555 ได้ไปเหยียบดินแดนหนองเขียว เพื่อไปทำพันธกิจประจำหรือจัดกิจกกรมพบกลุ่มให้กับกลุ่มผู้มีเชื้อเอช ไอ วี ตำบลเมืองนะในช่วงบ่าย เมื่อเดินทางไปถึงปากทางเข้าหมู่บ้านก็ตกใจไปหมดเนื่องจากพบว่ามีเจ้าที่ทหารและป่าไม้ประมาณ 500 คน อยู่ระหว่างทางเข้าหมู่บ้านและตามซอกซอยต่างๆของหมู่บ้าน ผมเองก็ขับรถเข้าไปโดยไม่ได้สนใจใยดีอะไรเพราะเข้าใจว่าทหารคงจะมาปิดหมู่บ้านเพื่อไปค้นอะไรสักอย่างเมื่อเข้าไปในหมู่บ้านก็ได้ไปสอบถามจากชาวบ้านหลายคนก็ได้ความว่าคงจะมาค้นหมู่บ้านเช่นกัน และจากการสอบถามจากชาวบ้านส่วนใหญ่เล่าให้ฟังว่าพวกเขาไม่สามารถไปทำไร่ทำสวนได้เนื่องจากว่าหลังจากที่มีการทำร้ายเจ้าหน้าที่ป่าไม่ที่บ้านผาแดงและบ้านหนองแขมเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ป่าไม้มาเยอะมากที่ตำบลเมืองนะโดยเฉพาะที่บ้านหนองเขียวโดนจับรายวันและต้องไปประกันตัวตลอดข้อหาบุกรุกป่าอุทยาน เมื่อถามลึกเข้าไปอีกชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าเดี๋ยวนี้เจ้าหน้าที่เข้มงวดมากไม่รู้จะทำไงดีสำหรับปีนี้ เงินกู้ยืมจากเทศบาลและเงินล้านของหมู่บ้านไม่รู้จะไปหาที่ไหนมาใช้หนี้ หลายคนจึงเกิดความวิตกกังวลอย่างมากแล้วเกิดอาการเครียดและป่วยต้องไปนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลก็มี และหลายๆคนเล่าต่ออีกว่าเครื่องมือทำมาหากินก็โดนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ยึดไปหมดเช่นบูโดสำหรับพ่นยา จอบ เสียม เครื่องตัดหญ้า กระท่อมน้อยของชาวบ้านถูกเผา ยึดสังกะสีของชาวบ้านไปด้วย ถังน้ำดีๆก็ขโมยไป ส่วนแท้งน้ำที่เอาไปไม่ได้ก็ถูกแทงให้เป็นรูโบ๋ ชาวบ้านทำบ่อน้ำรองรับน้ำฝนก็ถูกทุบทิ้งจนหมดสิ้นแม้บางส่วนจะอยู่ในเขตบริเวณของโครงการหลวงก็ตามแล้วถูกจับต้องไปประกันตัวคนละหมื่นสองหมื่น ทำให้ส่วนใหญ่ไม่สามารถไปทำไร่ทำสวนได้มีหวังเพียงแค่รอเหี่ยวแห้งแล้วเฉาตายไป เนื่องจากชาวบ้านไม่ได้ปลูกช่วงนี้ก็คงต้องรออีกครั้งคือปีหน้าแล้วช่วงระหว่างรอจะเอาอะไรมากิน ดื่มและใช้หนี้ที่กู้หนี้ยืมสินมา ฟังแล้วหน้าเศร้าใจจริงๆ รู้สึกมีอารมณ์ร่วมด้วยที่ได้รับฟังข่าวเศร้าๆเช่นนี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งไปเชิญกำนันหมู่บ้านไปแล้วรับไปที่บ้านหนองวัวแดงเพื่อไปพบคุณเล่าต๋า(ไม่ใช่แสนลี่)ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าใจว่าเป็นคุณเล่าต๋า แสนลี่ ระหว่างการเดินทางชาวบ้านส่วนหนึ่งก็ได้พบเห็นแล้วพูดปากต่อปากกันต่อๆไปว่าท่านกำนันของเราถูกจับไปแล้วขณะนี้กำลังถูกควบคุมตัวไปที่บ้านหนองวัวแดงอยู่ให้ไปช่วยกันเอากำนันกลับมามีคนหนึ่งในชาวบ้านพูด ซึ่งขณะนั้นชาวบ้านส่วนใหญ่กำลังนมัสการพระเจ้าสำหรับรอบกลุ่มสตรีอยู่ เมื่อมีคนไปแจ้งข่าวในแต่ละโบสถ์(ทั้ง 11 โบสถ์) สตรีและเด็กเริ่มทยอยออกมาจากโบสถ์ แล้วมุ่งหน้าไปที่ศาลาทางเข้าหน้าหมู่บ้านหนองเขียวและที่ถนนใหญ่กันในเวลาเพียงไม่กี่นาที ชาวบ้านนับพันก็มาปิดกั้นขวางทางเข้าหมู่บ้านและปิดถนนทั้งหมดทำให้ถนนเป็นอัมพาตทันที และขอร้องให้เจ้าหน้าที่ปล่อยกำนันเสีย ในที่สุดก็ได้ปล่อยตัวกำนันออกมาและบอกว่าเค้าไม่ได้จับตัวกำนันอะไรแค่เชิญกำนันไปคุยเรื่องจะขอค้นหมู่บ้าน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ค้นอะไรทำให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี(สมกับเป็นวันอาทิตย์บริสุทธิ์)ชาวบ้านก็แยกย้ายกันไปส่วนเจ้าหน้าที่ก็ได้กลับบ้านไปแต่ไม่อาจรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกในอนาคตเนื่องจากป่าไม้ยังคงอยู่เต็มในพื้นที่ หลังจากนั้นจึงได้เข้าไปร่วมนมัสการที่หนองเขียวโบสถ์ 2 แต่บรรยากาศวันนี้ดูไม่เหมือนเดิมเนื่องจากมันเหงาหงอยวังเวงคนน้อยกว่าปกติมาก คงเป็นเพราะเสียบรรยากาศแต่เช้าหลายคนจึงไม่มาร่วมนมัสการ
ทุกวันนี้จะเห็นได้ว่าประชากรพลเมืองในพื้นที่เริ่มมีมากขึ้นจนไม่มีที่ๆจะอยู่อาศัย และทำกินแล้วจึงเกิดการถางป่ากันมากขึ้นแทบจะไม่มีที่ดินสำหรับปลูกไม้แล้ว ภาวะโลกร้อน อากาศแปลปรวนกำลังเกิดมากขึ้นทุกวันคือวันเดียวมีหลายฤดู แต่ชาวบ้านก็ไม่ค่อยมีความรู้ความเข้าใจสักเท่าไรเนื่องจากไม่มีกลุ่ม องค์กรใดๆทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าไปสร้างความเข้าใจกับคนในชุมชน เจ้าหน้าที่เข้าไปก็เพียงเพื่อทำตามหน้าที่คือปกป้องอุทยานใครรุกล้ำก็ไล่จับกุม ขังและทำร้ายร่างกายเพื่อเอาชนะชาวบ้าน ส่วนชาวบ้านก็เอาแต่ผลประโยชน์ส่วนตัวเพียงเพื่อได้ที่ดินเพาะปลูกเยอะๆสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวตัวเองอย่างเดียวไม่เคยคิดถึงผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้นแม้รู้ทั้งรู้ว่าที่นี่ไม่มีน้ำสำหรับหล่อเลี้ยงชีวิตเนื่องจากตัดไม้จนหมดสิ้นแล้วปัจจุบันพยายามจะเอาชนะธรรมชาติให้ได้แต่ไม่เคยเกรงกลัวต่อภัยพิบัติอะไรคิดแล้วน่าเศร้าใจยิ่งกว่า หากไม่มีการทำกติการ่วมกันทั้งคนในชุมชนเองและเจ้าหน้าที่ภาครัฐเพื่อการอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ ระหว่างคนในชุมชนกับป่า และคนในชุมชนกับเจ้าหน้าที่อุทยานและป่าต้นน้ำ เพราะเกรงว่าหากไม่มีการเจรจาหรือสร้างกติการ่วมกันแล้วจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ทั้งคนในชุมชน เจ้าหน้าที่ทำงานและที่สำคัญป่าก็จะหมดไปในเร็ววันนี้” น้ำมือของมนุษย์มันน่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งใดๆเพราะมันทำรายได้ทั้งป่าและคน(มนุษย์)ด้วยกัน”ใช่ไหมครับพี่น้อง



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

EXP.17 ปีพันธกิจสุขภาวะสภาคริสตจักรฯEP.1"ครอบครัวคริสเตียนกับสุขภาวะ(สุขภาพ)"

เที่ยวเมืองสิบสองปัันนา

สรุปผลการประชุมเวทีคืนสิทธิ