งานส่งเสริมการติดตามดูแลกลุ่มชาติพันธุ์โครงการพันธกิจเอดส์ฯ

งานบริการการติดตามดูแลของกลุ่มชาติพันธุ์ในปี 1พ.ค.2010-30เม.ย.2011 จำนวนกลุ่มเป้าหมายที่ดูแลอยู่ตั้งแต่ 1พ.ค.2010-30 เม.ย 2011 รวมจำนวนทั้งหมด 103 คน เสียชีวิต 2 คน คงเหลือ 101 คน และในจำนวนนี้เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10 คนแยกเป็นชาย 5 คน หญิง 5 คน ในแต่ละพื้นที่ดังนี้ • พื้นที่เชียงดาวจำนวน 46 คน • พื้นที่เมืองจำนวน 17 คน • พื้นที่ดอยสะเก็ดจำนวน 20 คน • พื้นที่แม่แตงจำนวน 11 คน • พื้นที่แม่ริมจำนวน 2 คน • พื้นที่อ๋มก๋อยจำนวน 1 คน • พื้นที่แม่อายจำนวน 4 คน • พื้นที่สันทราย 2 คน กิจกรรมที่ได้ทำ 1. การให้คำปรึกษากับผู้ติดเชื้อและผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งโดยตรงและทางโทรศัพท์ 2. การสร้างอาสาสมัครเพื่อการติดตามดูแลผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ / ผู้ได้รับผลกระทบที่บ้านและชุมชนจำนวน 6 คน ในพื้นที่ตำบลเมืองนะอำเภอเชียงดาว 5 คน( 8 หมู่บ้าน) และตำบลเชิงดอยอำเภอดอยสะเก็ด 1 คน(4 หมู่บ้าน) 3. การประสานภาคีเครือข่ายเพื่อระดมทุนในการสร้างบ้านให้แก่คนไข้ที่บ้านโดนไฟไหม้จำนวน 1 หลัง 4. งานเชื่อมประสานเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ / เอกชน เพื่อ -ประสานส่งต่อให้คนไข้เข้ารับยาต้านไวรัสโรงพยาบาลชุมชนกรณีที่ไม่มีสิทธิบัตรประกันสุขภาพ(สปสช.)แล้วไปรับยาในโครงการNAPHA EXTENSION และProject TOP ของPHPT -การเป็นล่ามในโรงพยาบาล/โรงพัก/อำเภอ -การประสานงานสังคมสงเคราะห์ในเรื่องค่ารักษาในโรงพยาบาลของรัฐ -ประสานคนในชุมชน (แออัด) ให้ไปตรวจวัณโรคฟรี ที่ศูนย์วัณโรค - ประสานคนในชุมชน (แออัด) ให้ไปตรวจหาเชื้อ เอช ไอ วี ฟรี ในวันสำคัญๆเช่น วันแห่งความรัก,วันแม่แห่งชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ที่คลีนิคนิรนามสภากาชาดไทย -ประสานทุนสงเคราะห์อาชีพ / สงเคราะห์ครอบครัว 12 ราย จาก กรมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยพัฒนาที่ 13 จำนวน 1 ราย -ประสานที่อยู่อาศัยเพื่อไปเรียนต่อให้กับเด็กผลกระทบไปอยู่ศูนย์/บ้านพักเด็กกำพร้าและให้การติดตามเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง 5. การอำนวยความสะดวกช่วยเหลือคนไข้ไปโรงพยาบาล และการเป็นล่ามแปลภาษา (รพ.เชียงดาว / รพ.ดอยสะเก็ด / รพ.แม็คคอมิค / รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ และ รพ.นครพิงค์ ) 6. การติดตาม เยี่ยมเยียน ดูแลผู้ป่วย และการให้การช่วยเหลือเฉพาะรายกรณีฉุกเฉิน 1. ค่าเดินทางไปหาหมอที่โรงพยาบาล / กลับภูมิลำเนา 2. ค่าตรวจแล็ป / ค่าวินิจฉัยเบื้องต้น 3. ค่าอาหารเมื่อเดินทางไปพบแพทย์เพื่อตรวจที่โรงพยาบาล 4. ข้าวสาร / อาหารแห้ง / อาหารสด / ของใช้จำเป็นในการดำเนินชีวิต (ข้อ 1-4 สงเคราะห์เฉพาะกรณีจำเป็น) 7. กิจกรรมต่อเนื่องที่ได้ติดตามได้แก่การส่งเสริมอาชีพเลี้ยงสุกรและการส่งเสริมให้ปลูกกาแฟ แก่ผู้ติดเชื้อเอช ไอ ผลปรากฏว่าขณะนี้สุกรทั้งหมดได้ถูกจำหน่าย/ฆ่ากินในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาหมดแล้วและคนไข้ได้นำเงินต้นทุนมาคืนให้แล้วจำนวน 6,600 บาท เนื่องจากบางคนได้ใช้จ่ายหมดในช่วงปีใหม่หมดและสัญญาว่าจะทยอยใช้คืนให้ ส่วนต้นกล้ากาแฟที่สนับสนุนให้ปลูกนั้นอีกไม่นานก็จะออกดอกออกออกผลแล้ว 8. การให้การช่วยเหลือกลุ่มผู้ติดเชื้อที่ตำบลเมืองนะ ”กลุ่มเพื่อนแรงใจเมืองนะ”ในวันอาทิตย์สุดท้ายของแตละเดือนนั้นเจ้าหน้าที่พันธกิจเอดส์โดยคุณสมเดช พรนิมิตสกุล ได้ไปช่วยหนุนเสริมเติมใจทุกๆเดือนโดยการ หนุนเสริมองค์ความรู้ต่างๆในเรื่อง ยา OI/ARV การป้องกัน การดูแลสุขภาพ ฯลฯ 9. กิจกรรมหนุมเสริมองค์ความรู้ในงาน“เครือข่ายสุขภาพลาหู่”หรือ Network for Lahu health ซึ่งประกอบด้วยโครงการพันธกิจเอดส์ มูลนิธิ MAP มูลนิธิไทย-ลาหู่ และมูลนิธิพันธบริการเพื่อชนเผ่า ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมพบกลุ่มในอาทิตย์ที่สามของทุกเดือนโดยมีโครงการพันธกิจเอดส์ฯ เป็นตัวหลักในการให้การหนุนเสริมองค์ความรู้ต่างๆตามที่กลุ่มผู้มีเชื้อต้องการเรียนรู้ 10. การเป็นวิทยากรอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาต้านไวรัส/การดูแลตัวเอง และการหนุนเสริมเติมใจ ให้กับ ”เครือข่ายสุขภาพลาหู่” ในวันอาทิตย์ที่ 3 ของแต่ละเดือนมีกลุ่มเป้าหมายประมาณ 30 คน และการจัดกิจกรรมกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนของกลุ่มผู้ติดเชื้อตำบลเมืองนะ ”กลุ่มเพื่อนแรงใจเมืองนะ”ในวันอาทิตย์สุดท้ายของแต่ละเดือน ซึ่งในการจัดกิจกรรมแต่ละครั้งมีผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 20 คน 11. การจัดกิจกรรมวันเอดส์โลกเครือข่ายสุขภาพลาหู่2010 โดยร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายสุขภาพลาหู่ประกอบไปด้วยโครงการพันธกิจเอดส์ฯ โครงการสุขภาพชาวเขา มูลนิธิไทย-ลาหู่ และมูลนิธิ MAP และได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิพันธกิจพระพรไทยในการให้บริการตรวจสุขภาพฟรีแก่ผู้มาร่วมกิจกรรมวันเอดส์โลก และได้รับการบริจาคน้ำดื่มสะอาดจากบริษัทนิ่มซี่เส็งจำนวน 500 ขวด ซึ่งจัดกิจกรรมที่บริเวณสนามบาสเก็ตบอลโรงเรียรดอยสะเก็ดวิทยาคมในวันที่ 13 ธันวาคม 2553 โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ เข้าใจเรื่องเพศ/เอดส์มากขึ้นเพื่อเป็นการรณรงค์ป้องกันให้ลดอัตราการแพร่ระบาดของเชื้อเอช ไอ วี ในกลุ่มพี่น้องลาหู่ที่ลงมาทำงานในเชียงใหม่ และลดการตีตราบาปแก่ผู้ติดเชื้อ มีผู้มาเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 250 คน 12. กิจกรรมครั้งหนึ่งในชีวิต คือกิจกรรมการลงมาทัศนะศึกษาดูงานที่สวนสัตว์เชียงใหม่และดอยสุเทพของกลุ่มผู้ติดเชื้อตำบลเมืองนะโดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีบัตรใดๆเลยและยังไม่เคยออกนอกพื้นที่อำเภอเชียงดาวเนื่องจากเขาเหล่านั้นมีสิทธิจำกัดให้อยู่ได้เฉพาะในพื้นที่เท่านั้นซึ่งมีจำนวน 25 คน มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ 13. การจัดกิจกรรมให้การศึกษาฝึกอบรมเพื่อสร้างแกนนำเยาวชนและจัดทำหลักสูตรภาษาท้องถิ่น(ภาษาลาหู่) 14. การส่งเสริมให้คริสตจักรท้องถิ่นทำงานด้านเอดส์โดยโครงการพันธกิจเอดส์ได้ส่งเสริมงบประมาณในปีที่สองจำนวนคริสตจักรละ 8,000 บาทเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์ซึ่งในปี2010 ที่ผ่านมานั้นมีคริสตจักรของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ตนเองดูแลอยู่จำนวน 3 คริสตจักร 15. การส่งเสริมตัวแทนคริสตจักรในกลุ่มชาติเพื่อเข้าร่วมประชุมและดูงานเพื่อนำกลับมาใช้ในคริสตจักรและชุมชนของตนเองในงานสัมมนาเอดส์ระดับชาติครั้งที่ 13 ที่เมืองทองธานีโดยมีกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นตัวแทนในกลุ่มของเยาวชนชนเผ่า 2 คน ตัวแทนสตรีชนเผ่า 1 คน และตัวแทนคริสตจักร 4 คนในส่วนของตนเองดูแล ผลที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมการบริการการดูแลสุขภาพกลุ่มชาติพันธุ์ 1. ผู้ที่ได้รับการเยี่ยมบ้าน มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการดูแลรักษา มีความมั่นใจในการเข้าถึงบริการการรักษา และมีทัศนคติเรื่องเอดส์ในเชิงสร้างสรรค์มากขึ้น 2. การจัดกิจกรรมให้การศึกษาฝึกอบรมเพื่อสร้างแกนนำเยาวชนและจัดทำหลักสูตรภาษาท้องถิ่นไม่เกิดผลเท่าที่ควรเนื่องจากแกนนำหลายคนไม่มีความพร้อมในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ทำให้ยังไม่เกิดหลักสูตรฉบับท้องถิ่น 3. การนำตัวแทนคริสตจักรกลุ่มชาติพันธุ์ไปสัมมนาเอดส์ระดับชาติทำให้เกิดผลหลายอย่างเช่นทุกคนสามารถนำสิ่งที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมไปใช้ในคริสตจักร/ชุมชนของตนเอง โดยเฉพาะในเรื่องของมุมมองทัศนะคติต่างๆที่มีต่อผู้ติดเชื้อ และเพศที่สามในด้านลบ เรื่องสิทธิต่างๆฯลฯ 4. การสร้างอาสาสมัครเพื่อการติดตามดูแลผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ที่บ้านและชุมชนสามารถช่วยแบ่งเบาภาระให้แก่เจ้าหน้าที่ได้เยอะมากเนื่องจากอดีตต้องวิ่งไปทำงานเองหมดทุกอย่างและอาสาสมัครในพื้นที่ทุกท่านมีศักยภาพสูง มีความพร้อมที่จะเป็นผู้ให้บริการด้วยจิตอาสาสมัครจริงๆได้ดำเนินการเยี่ยมเยียนดูแลผู้ป่วยในชุมชนของตนเอง และช่วยในการประสานส่งต่อ และเป็นล่าม ให้กับแหล่งบริการการดูแลรักษา ในพื้นที่ อย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์มีความมั่นใจในการไปหาหมอเพื่อทำการรักษามากขึ้น 5. ผู้ป่วยมีที่พึ่ง(ที่ไปขอรับคำปรึกษา / คำแนะนำ)มากขึ้นทำให้รู้จักวิธีการดูแลสุขภาพตนเองทำให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น และมีการเสริมกำลังใจ การแบ่งปันข้อมูลใหม่ๆ และการช่วยติดตามดูสุขภาพของกันและกัน 6. กลุ่มเป้าหมายได้รับการคลี่คลายสถานการณ์วิกฤติชีวิตด้านต่างๆ เช่น สุขภาพกายใจ ชีวิตความเป็นอยู่ ได้รับการสงเคราะห์ช่วยเหลือตามกรณี เช่น ทุนการศึกษา นมสำหรับเด็ก ค่ารักษาพยาบาล ค่าวินิจฉัยทางการแพทย์ ค่ายังชีพ ค่าเดินทาง ส่งต่อสถานสงเคราะห์ สถานพักฟื้น เป็นต้น

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

EXP.17 ปีพันธกิจสุขภาวะสภาคริสตจักรฯEP.1"ครอบครัวคริสเตียนกับสุขภาวะ(สุขภาพ)"

เที่ยวเมืองสิบสองปัันนา

สรุปผลการประชุมเวทีคืนสิทธิ