เล่าสู่กันฟัง
ประสบการณ์เฉียดกำลัง2
เรื่องเล่าเรื่องนี้มีอยู่ว่าเมื่อวันจันทร์ ที่ 2 กุมพาพันธ์ 2009 นี้ผมได้ไปติดตามเยี่ยมเยียนผู้ติดเชื้อคนหนึ่งที่อยู่บ้านผาแดง ต.กึ๊ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งได้ยินคนอื่นเล่าให้ฟังตั้งแต่ช่วงฤดูฝนที่ผ่านไปแล้วว่ามีผู้ป่วยอาการหนักอยู่คนหนึ่ง ผมเองก็ตั้งใจจะไปเยี่ยมเยียนหลายครั้งแล้วพอนัดกันจะไปก็ปรากฏว่าฝนตกหนักไม่สามารถไปได้เนื่องจากทางชันและลื่นมาก เวลาได้ผ่านไปหลายเดือนแล้วแต่ก็ไม่สามารถไปเยี่ยมเขาได้เพราะคนที่ประสานมาไม่ว่างบ้าง ไม่อยู่บ้าง จะไปเองก็ไม่รู้จักเส้นทางจึงไม่มีโอกาสไป จนถึงเมื่อไม่นานมานี้มีคนมาบอกว่าคงจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแน่ดีไม่ดีอาจจะไม่พ้นวันตรุษจีนนี้ จึงได้ประสานกับคริสตจักรนาซารีนแม่แตงซึ่งเป็นผู้ประสานส่งต่อมาครั้งแรก เพื่อให้พาไปเยี่ยมในวันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2009 ที่จะถึงนี้ ปรากฏว่าเขาว่างพอดีจึงนัดกันไป แต่เมื่อไปถึงที่คริสตจักรนาซารีนแม่แตงรถยนต์ของเขาคนแน่นมาก จึงเอารถยนต์ของพันธกิจเอดส์ฯขึ้นไปด้วยเผื่อว่าจะได้เอาคนไข้ลงมาส่งที่โรงพยาบาลหากมีความจำเป็น จึงเกิดประสบการณ์”เฉียด”ขึ้นในการออกเดินทางครั้งนี้ กล่าวคือเส้นทางที่เราไปจากแม่แตง-ไปแม่ตะมานนั้นไปมาสะดวกไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่เส้นทางจากแม่ตะมานไปบ้านผาแดงที่เราจะไปเยี่ยมนั้นมีประมาณ 11 กิโลเมตร และเป็นทางขึ้นเขาที่ไม่ได้ราดยางสภาพถนนไม่ดีเอามากๆ(ถ้าคนไม่เคยขับรถยนต์ขึ้นดอยจะเกิดอาการท้อถอยอย่างแน่นอนเลย)หลังจากที่ผ่านไปได้สัก4-5 กิโลเมตร เนื่องจากทางไม่ดี ทางแคบ ยังไม่พอเจอรถยนต์ที่ขนกระหล่ำสวนลงมาอีกเป็นระยะๆเราจะต้องถอยหลบให้เขาเพราะของเขาหนักไม่สามารถถอยขึ้นดอยได้ และเหตุการณเฉียดมาเกิดขึ้นก่อนจะถึงหมู่บ้านเป้าหมายเพียงกิโลเมตรกว่าๆ คือว่าทางเป็นหลุมลึกและชันมาก ยังไม่พอมีก้อนหินขวางอยู่ตรงกลางซึ่งเราจะต้องตัดสินใจว่าจะวิ่งฝ่าก้อนหินนั้นไปหรือจะไปอ้อมทางซ้ายหรือขวาของก้อนหิน(ขณะขับขึ้นไปมีเวลาตัดสินใจไม่มากนักรถหยุดไม่ได้เพราะเป็นทางขึ้นเขา) จึงตัดสินใจกระทันหันเลี่ยงไปทางซ้ายของก้อนหินซึ่งก็มีช่องพอที่จะผ่านไปได้ แทนเลี่ยงไปทางขวาซึ่งมีก้อนหินค่อนข้างเยอะหรือวิ่งฝ่ากลางซึ่งมีหินขนาดสามารถติดกับห้องเครื่องได้ ผลปรากฏว่าติดหลุมพรางขึ้นไปไม่ได้ติดอยู่นานพอสมควร และขอบคุณพระเจ้าที่ได้ส่งคนมาช่วยเหลือทันเหตุการณ์ทันเวลาพอดี คือได้มีชาวบ้านที่กำลังจะลงเขาไปข้างล่างผ่านมาซึ่งต้องรอให้ผมขึ้นไปก่อนจึงได้ชาวบ้านสองคนนั้นช่วยดูทางและเอาหินหนุนให้ทางด้านข้างซ้ายมือซึ่งเป็นเหวนั่นเอง จึงได้เริ่มสตาร์ทเครื่องลองใหม่อีกครั้งก็ปรากฏว่าเดินหน้าไม่ได้ ครั้นจะถอยหลังล้อหน้าก็ไปอยู่แถวดินทรุด(ดินสไลด์)อีกถอยไม่ได้ จึงเหยียบส่งถอยอย่างแรงที่นี้คนที่ดูทางร้องตะโกนเสียงอย่างดังว่าพอแล้ว…พอแล้ว...!ให้ออกจากรถยนต์เดี๋ยวนี้เลย!พร้อมกับถอนหายใจ ผมจึงได้หยุดรถแล้วลงมาดูปรากฏว่าล้อทางด้านซ้ายกำลังถามหาหนทางแห่งความมรณะพอดีคือตกไปข้างทางแล้วนั่นเองทำให้ใจอ่อน เข่าอ่อนพอดี นี่เป็นประสบการณ์ ”เฉียดตาย”ของตัวผมเอง และขอบคุณพระเจ้าที่พระเจ้าทรงกู้ชีวิตของผมโดยการส่งคนดูทางมาให้การช่วยเหลือไม่เช่นนั้นแล้วหากผมถอยอีกเพียงแค่ฝ่ามือเดียวหรือน้อยกว่านั้นชีวิตนี้อาจจบลง ณ.ที่แห่งนั้นแล้วก็เป็นไปได้ หลังจากที่รถยนต์เกือบลงเหวก็หยุดพักหายใจสักพัก แล้วได้ร้องขอให้คนสองคนนั้นไปเรียกชาวบ้านมาช่วยเอารถออกให้ จึงผ่านพ้นไปได้ด้วยดีจนไปถึงที่เป้าหมายอย่างปลอดภัย
และจากนั้นก็ได้ไปแวะกินข้าว ดื่มน้ำที่บ้านศิษยาภิบาล(ผู้นำคริสตจักร) หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จขณะกำลังนั่งกินน้ำชาอยู่นั้นได้มีคนวิ่งมาบอกว่าคนไข้กำลังจะไม่ไหวแล้วช่วยมาดูให้หน่อยด่วน! พวกเราจึงได้วิ่งไปดูที่บ้านของคนไข้ปรากฏว่าคนไข้เกิดอาการไข้สูง หิวโซ อ่อนเพลีย หมดแรงแทบจะหายใจไม่ออกเนื่องจากกินอะไรไม่ได้มาหลายวันแล้ว หลังจากดูอาการแล้ว ได้บอกให้กับภรรยาของคนไข้ว่าขอต้มน้ำข้าวให้กินก่อนไปโรงพยาบาลพร้อมกับให้เช็ดตัว เมื่อขณะให้คนไข้กินน้ำข้าวต้มก็ปรากฏว่ากินลืนยากลำบากมากเนื่องจากในปากและลำคอของคนไข้นั้นเป็นแผล ลิ้นเป็นฝ้า จึงค่อยๆป้อนได้ประมาณ 3-4 คำ หลังจากนั้นประมาณ 15-20 นาที ขณะที่กำลังพูดคุยปรึกษาหารือกัน คนไข้ฟื้นขึ้นมาและบอกให้ช่วยพยุงให้นั่งหน่อยปรากฏว่าคนไข้นั่งได้จึงได้อุ้มขึ้นรถยนต์แล้วนำมาส่งโรงพยาบาลแม่แตง สิ่งนี้เป็น”เฉียด 2”ที่ได้ประสบเจอกับตัวเองเป็นอย่างที่สองในวันเดียวกัน เมื่อมาถึงโรงพยาบาลก็ได้น้ำเกลือทันทีหนึ่งกระปุก ฉีดยาลดไข้ พ้นยาเข้าปาก ให้อ๊อกซิเจน จากนั้นได้ส่งไปเอ็กซเรย์ หลังจากนั้นได้เติมน้ำเกลืออีกสองกระปุกทั้งแขนซ้ายแขนขวาพร้อมทั้งได้เติมกลูโครสด้วย เพียงระยะเวลาผ่านไปประมาณสองชั่วโมงเศษๆ คนไข้กลับมามีเรี่ยวแรงและสามารถพูดโต้ตอบได้ และบอกกับผมว่าขอบคุณมากครับอาจารย์ ผมจึงบอกเขาไปว่าอย่าขอบคุณผมเลยแต่ให้ขอบคุณพระเจ้าแทนเพราะพระเจ้าได้ให้ชีวิตใหม่แก่เขาอีกครั้ง และผมเองก็ได้เล่าสิ่งที่ได้ประสพเจอมาเมื่อเช้านี้ให้เขาฟัง พร้อมทั้งกำชับให้เขาว่าตอนจากนี้ไปให้เชื่อฟังศิษยาภิบาลให้ดีๆ อย่าไปหลงทาง กลับไปทางเดิมอีก จากนั้นจึงได้อธิษฐานเผื่อเขาและภรรยาเสร็จแล้ว จึงกลับออกมาจากโรงพยาบาลตอนเวลา 18.40 น.
และได้ติดตามเยี่ยมอีกครั้งเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2009 ปรากฏว่าอาการโดยทั่วไปดีขึ้นมามากแต่ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่อเนื่องจากแกมีปัญหาเรื่องโรคแทรกซ้อนหลายโรค ปัญหาจึงเกิดขึ้นกับคนที่มาเฝ้า เพราะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ค่ารถ ค่าอาหาร แม้แต่คนไข้เองก็ไม่มีบัตรประจำตัว 13 หลักคนไทยด้วยฯลฯ ปกติอยู่บ้านก็มีปัญหาเรื่องพวกนี้อยู่แล้วและเมื่อมาโรงพยาบาลก็จึงทวีคูณ ทำให้สังเกตได้ว่าคนไข้กลุ่มชาติพันธ์นั้นมีปัญหาที่ทับซ้อนมากถึงมากที่สุด แล้วทำให้มีผู้เสียชีวิตมากจากการได้รับผลกระทบจากเอดส์นั่นเอง
ความคิดเห็น