ทำไมสวรรค์ไม่ใช่บ้านของเรา
ทำไมสวรรค์ไม่ใช่บ้านของเรา?
ถึงแม้พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ได้กล่าวอ้างถึงแผ่นดินของพระเจ้า
แต่คริสต์ชนไทยส่วนใหญ่ปัจจุบันก็ยังไม่เห็นชัดว่ากิจการงาน
อาชีพที่ตนทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเกี่ยวข้องอย่างไรกับแผ่นดินของพระเจ้า
ในหนังสือชื่อ Heaven
Is Not My Home (ขอแปลว่า “สวรรค์ไม่ใช่บ้านของฉัน”) เขียนโดย Paul Marshall ได้กล่าวถึงว่าคริสต์ชนปัจจุบันถูกหล่อหลอมมุมมองเรื่อง
อวสานกาล หรือ วาระสุดท้ายแห่งโลกนี้ ที่หลีกลี้หนีออกจากความเป็นจริง ซึ่งมักสอนกันว่า
บ้านชั่วนิรันดร์ของเรามีเป้าหมายปลายทางอยู่ที่สวรรค์
ทำให้เรามีโลกทัศน์และชีวะทัศน์เกี่ยวกับเรื่องความรอดในชีวิตของเรามุ่งหน้าสู่สวรรค์ เหมือนผู้ที่ตัดสินใจซื้อตั๋วรถโดยสารที่มีปลายทางที่สวรรค์ แล้วมองว่าโลกนี้เป็นเพียงป้ายจอดรถ หรือ
สถานีโดยสาร ซึ่งมองว่า ป้ายจอดรถ หรือ
สถานีรถ เป็นที่ที่เรารอขึ้นรถโดยสาร ซึ่งไม่มีความสำคัญอะไรมากนัก
Richard Pratt กล่าวไว้ว่า
“เรามักคิดกันว่าพระเยซูคริสต์เสด็จมาในโลกนี้เพื่อมาไถ่โทษยกบาปของเรา ทำให้จิตวิญญาณของเราเกิดประกาย ทำให้ชีวิตของเราเกิดความชุ่มชื่น ด้วยความสงบสันติและความชื่นชมยินดี และเมื่อเราตายจากโลกนี้ก็จะมีปีกโผล่ออกมา ฉวยเอาพิณ และบินเหินฟ้าขึ้นไปร่วมกับคณะนักร้องชั่วนิรันดร์บนสวรรค์” พระคัมภีร์สอนความจริงที่แตกต่างจากความคิดความเชื่อของเราในปัจจุบัน พระคัมภีร์สอนว่า แท้จริงแล้ว “สวรรค์เป็นเพียงป้ายจอดรถ!”ภายหลังที่ประชากรของพระเจ้าตายจากโลกนี้แล้ว จะรอคอยพระคริสต์กษัตริย์ของเราเสด็จกลับมา
เพื่อให้บรรลุถึงจุดมุ่งหมายแห่งแผ่นดินของพระเจ้า ที่พระองค์จากมาแต่ครั้งแรก จากนั้นพระองค์จะนำมาซึ่งสวรรค์ใหม่ และ
โลกใหม่ อย่างที่ Paul Marshall ได้เขียนไว้ว่า “เป้าหมายปลายทางของเราอยู่บนโลกนี้ คือแผ่นดินโลกใหม่ เป็นแผ่นดินโลกที่ได้รับการทรงกอบกู้ และ
การทรงเปลี่ยนแปลง
แผ่นดินโลกใหม่ที่กลับคืนดีเป็นหนึ่งเดียวกับสวรรค์ ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร แต่หมายถึงโลกนี้” ทำให้ผมคิดถึงคำอธิษฐานที่พระเยซูคริสต์สอนสาวกที่ว่า “...ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่ ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์ ในสวรรค์เป็นอย่างไร ก็ให้เป็นอย่างนั้นในแผ่นดินโลก...”
(มัทธิว 6:10 ฉบับมาตรฐาน) ถ้าแผ่นดินของพระเจ้าเป็นความสำคัญของ
“ที่นี่ และ เดี๋ยวนี้”
ที่เป็นจริงในยุคนี้ ถ้าเช่นนั้นแล้วอะไรคือจุดประสงค์ของประชากรในแผ่นดินของพระองค์? พระเยซูคริสต์สอนคนที่ติดตามพระองค์ว่า
“ท่านทั้งหลายเป็นเกลือแห่งแผ่นดินโลก” และ “ท่านทั้งหลายเป็นความสว่างของโลก” (ดู
มัทธิว 5:13, 14)
ด้วยเหตุผลนี้ ที่ Trevin Wax
ได้เขียนในบทความเรื่อง Gospel Coalition ไว้ตอนหนึ่งว่า...
ทุกวันนี้ ถ้าเราเป็นประชากรแห่งแผ่นดินของพระเจ้าอย่างแท้จริงแล้ว การเชื่อฟังพระคริสต์ในชีวิตของเราต้องสัมผัสกับชีวิตของผู้คนในทุกมิติ การยอมรับด้วยปากของเราว่า “พระเยซูเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า” มิได้สร้างแรงกระทบต่อชีวิตคริสตจักรของเรา หรืออุปนิสัยใจคอด้านจิตวิญญาณเพียงบางเรื่องเท่านั้น ในฐานะที่เราเป็นคนหนึ่งในแผ่นดินของพระเจ้า เราจะต้องรุกขยายการครอบครองของพระเจ้าเข้าไปทุกส่วนทุกระดับในสังคมโลก แผ่อิทธิพลด้วยการนำเอาความรักเมตตาและพระคุณของพระเจ้าไปถึงชีวิตคนทั้งหลาย จะด้วยวิธีการที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการสื่อด้านศิลปะ ผ่านภาคธุรกิจ ผ่านระบบการเมือง และผ่านอาชีพการงานที่เราทำและรับผิดชอบ
เมื่อเราเชื่อศรัทธา กลับใจใหม่
และมีชีวิตที่เข้าสู่แผ่นดินของพระเจ้าในยุคปัจจุบันนี้
ชีวิตของเราก็ได้ประกาศและเป็นพยานถึงความเป็นไปได้ของการดำเนินชีวิตในวิถีทางนี้ เป็นป้ายชี้ทางถึงวิถีที่นำไปถึง
“แผ่นดินสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่” ใช่ครับ
วันนี้...บ้านของเราอยู่บนโลกนี้ครับ
พระเยซูคริสต์ทรงสถาปนา “แผ่นดินของพระเจ้า” บนโลกนี้ครับพระองค์ต้องการและทรงเรียกให้เราติดตามพระองค์และเปลี่ยนชีวิตของเราให้มีชีวิตที่เป็นประชากรแห่งแผ่นดินของพระองค์ครับและพระองค์ทรงใช้เราให้สำแดงชีวิตแบบพระคริสต์ในชีวิตประจำวัน
เพื่อนำคนรอบข้างเข้ามาอยู่ภายใต้การปกครองของพระองค์พระองค์ทรงกระทำพระราชกิจของพระองค์ที่จะทำให้แผ่นดินโลกและแผ่นดินสวรรค์เกิดการคืนดีและเป็นหนึ่งเดียวกันครับ “ให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่...สวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นอย่างนั้นในแผ่นดินโลก” และวันนี้
พระเยซูคริสต์ทรงกระทำพระราชกิจของพระองค์ผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์
ในชีวิตของเรา และ ผ่านชีวิตของเราไปยังคนรอบข้างครับ เราจึงมิได้พึ่งพิงความสามารถและกำลังของตนเองเท่านั้น แต่เราจะได้รับพระกำลังจากเบื้องบน และ
ร่วมงานกระทำพระราชกิจของพระคริสต์กับพระวิญญาณบริสุทธิ์
ประเด็นสำหรับใคร่ครวญ
1.
ถ้าแผ่นดินสวรรค์และแผ่นดินโลกใหม่
จะสถาปนาอย่างสมบูรณ์บนโลกนี้
ท่านยังสนใจที่จะเชื่อและติดตามพระคริสต์หรือไม่? เพราะเหตุใด?
2.
ถ้าท่านเป็นประชากรในแผ่นดินของพระเจ้า ตลอดสัปดาห์ข้างหน้านี้
ท่านตั้งใจจะสำแดงชีวิตของพระคริสต์ผ่านการดำเนินชีวิตของท่านในเรื่องอะไรบ้าง? (ที่ต้องการทำเป็นอันดับ
1-2)
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ทำงานของท่าน เราปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่า บางครั้งเราต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เราไม่มีกำลังพอ
หรือ ไม่รู้จะจัดการอย่างไรในสถานการณ์นั้นๆ
แต่ท่านยังตั้งใจมุ่งมั่นว่า ต้องการสำแดงชีวิตประชากรแห่งแผ่นดินของพระเจ้า ท่านจะมีแนวทางจัดการกับปัญหาที่พบนี้อย่างไร? ทำไมท่านถึงคิดจะจัดการเช่นนั้น?

ความคิดเห็น