บทความ

เรื่องเล่า

รูปภาพ
เรื่องเล่า จาก...มิตร คลของพระเจ้าตอนที่1 เล่าสู่กันฟังเสียงเพรียกจากสนาม ก่อนที่จะเล่าสู่กันฟังตัวผู้เขียนเองอยากจะเล่าประวัติตัวเองนิดหนึ่งว่าเป็นใครมาจากไหน ผู้เขียนอดีตเป็นพนักงานโรงแรมๆที่มีระดับแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากที่ได้ศึกษาในพระคริสตธรรมแมคกิลวารีมหาวิทยาลัยพายัพ จนจบการศึกษาก็ได้หันหลังให้กับวงการการทำงานในโรงแรม และได้มาเข้าสู่ปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนามโครงการพันธกิจเอดส์ฯ ซึ่งก็ไม่ต้องบรรยายอีกเช่นเดียวกันว่าทำงานประเด็นอะไรเพราะชื่อองค์กรก็บอกอยู่แล้วว่าพันธกิจเอดส์ฯ(พันธะ+กิจ+เอดส์)ไม่ใช่ภาระกิจหรือธุระกิจ จากประสบการณ์การทำงานมาประมาณ5-6 ปีกับคนนั้นก็ได้รับประสบการณ์มากมายซึ่งผู้เขียนเองนั้นได้ทำงานกับคนตั้งแต่ตอนที่เขายังไม่เกิดก็คือคนที่อยู่ในครรภ์มารดา ชีวิตหลังการเกิด ชีวิตในวาระสุดท้ายของคน และชีวิตหลังจากที่ตายแล้ว พูดง่ายๆก็คือตัวผู้เขียนเองนั้นเคยมีประสบการณ์ทำงานช่วยเหลือกับกลุ่มคนที่ได้กล่าวมาแล้วทั้งสิ้นนั่นเอง และเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องของ”ชีวิตจริง”ที่ปรากฏในสังคม และทางผู้เขียนเองได้รับการอนุญาติจากบุคคลที่กล่าวถึงในแต่ละเรื่องเรียบร้อยก่...

กรณีตัวอย่างที่ 2

รูปภาพ
กรณีตัวอย่างที่ 2 ยาซี กรณีของครอบครัวนายยาซี - นายยาซี – เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2521 อายุ 30 ปีมีบัตรสีฟ้า(ปัจจุบันสีชมพู) ได้มาอยู่กินฉันสามี ภรรยา กับนางนามิ๊ง แซะจเริง(ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) และมีลูกติดมากับภรรยาอยู่คนหนึ่งกำลังโตจะเป็นสาวแล้ว ก่อนหน้านั้น นายยาซี - มีอาชีพรับจ้างทั่วไป และทำนาเช่าของพี่น้องพื้นราบประมาณ 6 ไร่ภาษี (ปัจจุบันไม่ได้ทำแล้ว) นายยาซี มีบ้านเดิมอยู่บ้านแม่สลองใน ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ส่วนปัจจุบันพักอยู่บ้านใหม่ป่าไม่แดง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เป็นที่ที่ได้รับจัดสรรแบ่งส่วนจากกลุ่มทุนทางคริสตจักรมาเลเซียซึ่งได้ซื้อที่แห่งนี้ให้กับพี่น้องลาหู่ที่อยู่บ้านหนองแล้งและละแวกใกล้เคียงให้มาอยู่บนที่ดินแห่งนี้ โดยทางคริสตจักรมาเลเซียได้ซื้อด้วยเงินสดแล้ว และให้ทางพี่น้องลาหู่ผ่อนส่งเป็นรายปีปีละหนึ่งพันกว่าบาทในจำนวนที่ค้างจ่ายอยู่ประมาณ 8,000 บาท แล้วชาวบ้านทุกคนก็จะได้ที่เป็นของตัวเองแต่ระหว่างที่ผ่อนผันอยู่นั้นไม่สามารถขายต่อให้ผู้อื่นได้ และนาย ยาซี - ก็เป็นผู้ที่โชคดีที่ได้รับการแบ่งที่ดินผืนนี้เกือบๆ 1 งาน ทางพันธกิจเอดส์ได้รู้จักก...

ชีวิตจริงของนาอื่อ จะแล

รูปภาพ
ประวัติครอบครัวนางนาอื่อ จะแล นางนาอื่อ จะแล อายุ 30 ปี แต่งงานครั้งแรกเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วกับนายจะคะ – มีบุตรธิดา 1 คน คือเด็กหญิงณิชชา ปะปู ปัจจุบันอายุ 10 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.3 โรงเรียนบ้านเมืองนะ สามีคนแรกเสียชีวิตเมื่อบุตรสาวอายุได้ 2 เดือน หลังจากนั้นได้อยู่กินกับแฟนใหม่ชื่อนายจะสี จะลอ ซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี 2006 มีบุตรด้วยกัน 2 คน ชื่อเด็กชายยะแฮ และเด็กชายจะสอ- ครอบครัวนางนาอื่อ จะแล ปัจจุบันไม่มีที่ดินและบ้านเป็นของตัวเองแล้ว อาศัยอยู่บ้านญาติสามีคนหล้าสุดที่เสียชีวิตไปแล้วเช่นกัน ซึ่งอยู่ด้วยกันอย่างแออัด 9-10 คนในบ้านหลังเล็กๆ(ประมาณ2.5x4 เมตร) ครอบครัวนางนาอื่อ จะแล ในปัจจุบัน มีความลำบากมาก หลังจากที่สามีล้มป่วยและเสียชีวิตไป เนื่องจากต้องหาเลี้ยงครอบครัวด้วยตนเองตามมีตามเกิด และลำบากมากขึ้นเมื่อนางนาอื่อ จะแล ต้องมาโดนโรครุมเร้า (มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นหน้าอก จุกเสียด หายใจไม่ทั่วท้องและทานอาหารไม่ได้) ทำให้ไม่มีเงินซื้อยา,ซื้ออาหาร จึงจำเป็นต้องยกที่และบ้านให้กับผู้อื่นเพื่อนำเงินมาซื้อยา,และซื้ออาหารให้ลูกน้อยๆ 3 คน นอกจากเรื่องโรคต่างๆแล้วยังมีปั...

จำเลยสังคม

รูปภาพ
จำเลยสังคม      เมื่อสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันเป็นเช่นนี้ทำให้คนทุกคนเป็นหนี้ทำให้อยู่ไม่เป็นสุขแล้วมักจะโทษผู้อื่นในเรื่องต่างๆมากมายเพราะไม่เข้าใจคนทุกวันนี้กำลังมองในแง่เดียวคือหนี้ที่เป็นตัวเงินตัวทองเท่านั้น คนเรามีหนี้อยู่ 3 อย่าง หนี้ชีวิต คือ หนี้ที่เกิดจากการกิน เพราะคนเราเกิดมาจะต้องกินถึงแม้ไม่มีกินจะต้องดิ้นรนขนขวายมากินให้ได้ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็จะเอาด้วยกลเหมือนท่านแม้ว เรื่องกินเรื่องเล็ก(บางคนกินจนฉิบ...หาย)แต่....ไม่ได้กินเป็นเรื่องใหญ่เลย หนี้เงิน คือ หนี้ที่เกิดจากการกู้ ซึ่งมีทั้งกู้ในระบบ และกู้นอกระบบ ที่สำคัญมีวงจรอุบาทว์ให้เห็นมากมายมันมาพร้อมกับปัญหาคือ กู้จากที่นี่ ไปใช้ที่นั่น กู้จากที่นั่น มาใช้ที่นี่ พอกู้จากที่นั่น ที่นี่ ไม่ได้ปํญหาก็เลยตามมาคือเป็นดินพอกหางหมูสุดท้ายก็เลยเป็นหนี้แล้วเกิดคำว่า"จน เคลียด กินเหล้า" หนี้ชาติ คือ หนี้ที่เกิดจากการช่วยชาติเช่นการภาษีต่างๆ จากปัญหาการเป็นหนี้ทำให้พี่น้องที่อยู่บนดอยไม่อาจทนอยู่แต่บ้านได้ ในชุมชนอีกต่อไปได้เนื่องพี่น้องไม่มีที่ทำกิน ไม่สามารถอยู่กับป่าได้อีกต่อไปเนื่องป่าชุมชนที่ได้อยู่กันมา ได้อ...

ความอยุติธรรม=ความยุติธรรมใช่หรือ?

รูปภาพ
ความอยุติธรรม=ความยุติธรรมใช่หรือ? เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่าสภาพเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันค่อนข้างจะแย่มากทำให้สังคมไทยได้รับผลกระทบไปโดยทั่ว เท่าถึง กันหมดไม่ว่าจะชนชั้นใด อยู่ภูมิประเทศ พื้นที่ใดก็ตาม ทำให้ได้รับความเดือดร้อนกันหมด และยิ่งกว่านั้นมีคนกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงกว่าผู้อื่นที่เป็นมนุษย์ด้วยกันคือในกลุ่มของพี่น้องชาติพันธุ์ที่ไม่มีสิทธิบัตรอะไรเลย เนื่องจากว่าคนเหล่านี้จะไม่ได้รับการบริการจากที่ใดๆเท่ากับผู้อื่น บางครั้งถูกปฏิเสธการรักษาจากรพ.ของรัฐบางแห่ง บางครั้งเขาได้รับยาไม่ครบทั้งๆที่ยาตัวนั้นเขาจะต้องกิน ไม่กินไม่ได้เพราะมันเกี่ยวกับชีวิตทั้งชีวิต เพราะนั่นหมายความว่าชีวิตของเขาก็สำคัญเท่ากับคนทั่วไปเช่นกันแต่เพียงเพราะเขาไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนทำให้เขาไม่ได้รับการบริการที่ดี และบางครั้งถูกปฏิเสธการรักษานี่หรือคือความยุติธรรมของคนใครเล่าจะรู้?(พระเจ้าเท่านั้น.....ที่รู้)สภาพเศรษฐกิจทำให้จิตใจคนต่ำลงเรื่อยๆเรื่อยๆเรื่อยๆ....และเรื่อยๆ นี่คนนะไม่ใช่แมว! คนบางคนถูกปฏิเสธไม่ให้รับยาที่จำเป็นที่สุดสำหรับชีวิตของเขาเหตผลคือ.....เขาไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน=เขาเป็นคน...

เรื่องเล่าจากชีวิตจริง

รูปภาพ
เรื่องเล่าจากชีวิตจริงของ นายบะเม่ จะที นายบะเม่ จะที อายุ 36 ปี บ้านเดิมอยู่ที่บ้านห้วยตาด ต.อินทขิน อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ แต่ปัจจุบันอยู่บ้านห้วยละโบ๊ ต.บ้านเป้า อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ นายบะเม่ เคยแต่งงานมาก่อนครั้งหนึ่งกับนางลิเม่ จะที และมีลูกด้วยกัน 1 คนชื่อเด็กหญิงอลิซาเบ็ธ จะที อายุ 12 ขวบ (ปัจจุบันอาศัยอยู่กับตา-ยายบ้านภภรยาก่อน) หลังจากที่แม่เสียเสียชีวิตไป คุณบะเม่ จะทีก็ได้ไปแต่งงานใหม่กับกับนางนาแส จะที และมีบุตรด้วยกัน 3 คน คนที่ 1 ชื่อเด็กหญิงนาไพร จะที อายุ 7 ขวบ คนที่2 ชื่อเด็กชายยอละ จะที อายุ 6 ขวบ คนที่3 ชื่อเด็กหญิง....เกิด 5/08/2549 ขวบ เรา รู้จักกับครอบครัวบะเม่ จะที โดยการประสานจากคริสตจักรนาซารีนอำเภอแม่แตง เนื่องจากว่าเคยได้ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อคนหนึ่งที่มานมัสการที่โบสถ์แม่แตงเมื่อก่อนหน้านี้ ในครั้งแรกเราได้นัดลงมาทั้งครอบครัวคือทั้งสามี และภรรยา เพื่อนำไปตรวจหาค่าภูมิคุ้มกันที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อเอาไปฝากเข้าโครงการวิจัยยาต้านไวรัสของสถาบันวิจัยสุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผลปรากฏว่าทางคุณบะเม่ จะที นั้นมีภูมิคุ้มชนิดซีดีสี่เป็นศูนย์ ขณะที่ภรรยาม...

นี่หรือชิดขวา?

รูปภาพ
นี่หรือชิดขวา ?      เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า บ่ายวันหนึ่งผมได้พาคนไข้(ผู้ติดเชื้อHIV)คนหนึ่งไปซื้อกับข้าวที่ตลาดในเมืองเชียงใหม่ซึ่งใช้เวลาจากบ้านพักถึงตลาดก็ไม่ไกลสักเท่าไร และโดยที่ตนเองเป็นคนชอบเร่งรีบมากจึงคิดว่าไม่มีปัญหาอะไรจึงได้จอดรถยนต์ไว้ตรงกันข้ามกับเรนที่เราขับขี่ผ่านมาโดยหันหน้าไปทางเดียวกับทางที่เราขับขี่เนื่องจากเห็นว่าที่มันว่างๆพอดี ผลปรากฏว่าเดินเข้าตลาดเพียงไม่กี่นาทีรถยนต์ก็โดนล็อคล้อเรียบร้อย หลังจากที่วิ่งกลับมาเจอพอดีก็เลยถามแม่ค้าที่อยู่แถวนั้นเขาก็บอกว่าเดี๋ยวเขาก็มา เราสองคนก็ยืนรอที่นั่นประมาณครึ่งชั่วโมงผ่านไปก็มีจราจรผ่านมา เราก็เรียกเขาแต่เขาไม่ได้จอดเพียงแต่เอิ้นบอกมาว่าเดี๋ยวมา เราก็เลยยืนตากแดดรออีกประมาณสิบห้านาทีเขาก็มาพอดี ระหว่างรอแดดร้อนมากเช็ดเหงื่อตลอดเวลาคนไข้ก็เกือบจะเป็นลมจึงได้ให้ไปนั่งพักในร้านค้า เมื่อเจ้าหน้าที่จราจรมาถึงผมเองก็ได้ถามกับเขาโดยความไม่รู้ว่า...พี่ๆทำไมจึงล็อคล้อรถผม? แล้วเขาก็ตอบมาว่า....ก็คุณจอดชิดขวานี่....แต่เรายังไม่เข้าใจอีกก็เลยถามต่อไปว่าเอ้า...!พี่ทำไมถึงจอดไม่ได้ล่ะ?....เขาก็ตอบมาว่าไม่ใช่ว่าจอดไม่ได้...