ชีวิตจริงของนาอื่อ จะแล


ประวัติครอบครัวนางนาอื่อ จะแล

นางนาอื่อ จะแล อายุ 30 ปี แต่งงานครั้งแรกเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วกับนายจะคะ – มีบุตรธิดา 1 คน คือเด็กหญิงณิชชา ปะปู ปัจจุบันอายุ 10 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.3 โรงเรียนบ้านเมืองนะ สามีคนแรกเสียชีวิตเมื่อบุตรสาวอายุได้ 2 เดือน หลังจากนั้นได้อยู่กินกับแฟนใหม่ชื่อนายจะสี จะลอ ซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปี 2006 มีบุตรด้วยกัน 2 คน ชื่อเด็กชายยะแฮ และเด็กชายจะสอ- ครอบครัวนางนาอื่อ จะแล ปัจจุบันไม่มีที่ดินและบ้านเป็นของตัวเองแล้ว อาศัยอยู่บ้านญาติสามีคนหล้าสุดที่เสียชีวิตไปแล้วเช่นกัน ซึ่งอยู่ด้วยกันอย่างแออัด 9-10 คนในบ้านหลังเล็กๆ(ประมาณ2.5x4 เมตร)
ครอบครัวนางนาอื่อ จะแล ในปัจจุบัน มีความลำบากมาก หลังจากที่สามีล้มป่วยและเสียชีวิตไป เนื่องจากต้องหาเลี้ยงครอบครัวด้วยตนเองตามมีตามเกิด และลำบากมากขึ้นเมื่อนางนาอื่อ จะแล ต้องมาโดนโรครุมเร้า (มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นหน้าอก จุกเสียด หายใจไม่ทั่วท้องและทานอาหารไม่ได้) ทำให้ไม่มีเงินซื้อยา,ซื้ออาหาร จึงจำเป็นต้องยกที่และบ้านให้กับผู้อื่นเพื่อนำเงินมาซื้อยา,และซื้ออาหารให้ลูกน้อยๆ 3 คน นอกจากเรื่องโรคต่างๆแล้วยังมีปัญหาอื่นๆอีกคือเรื่องของสถานะบุคคล เนื่องจากนางนาอื่อ จะแล และบุตรชาย 2 คน นั้นไม่มีเอกสารใดๆเลย ยกเว้นน้องณิชชา ปะปู ซึ่งมีใบสูจิบัตร แต่ก็ยังไม่ได้โอนสัญชาติด้วยเช่นกันซึ่งก็เท่ากับว่าทั้งหมดเป็นบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย จึงไม่มีสิทธิใดในเรื่องของการใช้สวัสดิการของรัฐไม่ว่าสิทธิการรักษา ค่ารักษาจะต้องจ่ายเอง ไม่สามารถเดินทางออกนอกหมู่บ้านได้หากไม่มีใบผ่านด่าน ทำให้ครอบครัวของนางนาอื่อ จะแล ประสบปัญหาเป็นอย่างมาก ยิ่งตอนนี้กำลังป่วยหนัก (วันนี้ 22-26 สิงหาคม 08 ได้รับการช่วยเหลือจากCAMและนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงดาวแล้ว) แต่ก็ยังคงมีความกังวลอยู่ว่าหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลแล้วจะอยู่อย่างไร เนื่องจากไม่มีอาหาร ไม่มีเงินซึ่งปัจจุบันต้องอยู่อย่างอดๆอยากๆ
นางนาอื่อ จะแล ได้เล่าให้ฟังว่า(25/08/2008) บางวันลูกชายสองคนต้องไปขอแบ่งอาหารจากพระที่มาบิณฑบาตรในหมู่บ้านเพื่อนำมาแบ่งกินกันในบ้าน แม้ว่ายังมีญาติทางสามีก็ไม่อาจช่วยเหลือได้เนื่องจากต่างหาเช้ากินค่ำด้วยเช่นกัน นางนาอื่อ จะแล ได้เล่าต่อว่าถ้าหากมีองค์กร/บุคคลใจบุญที่อยากจะเอาลูกไปอุปการะ(เด็กชาย 2 คน)ก็อยากให้เอาไปดูแลเนื่องจากจนปัญญาที่จะเลี้ยงลูก เพราะตนเองก็กำลังป่วยหนัก ลูกๆต้องอยู่อย่างอดๆอยากๆ สงสารลูกมาก คิดว่าถ้าไปอยู่กับคนอื่นคงจะดีกว่า มีอนาคตที่แน่นอนกว่าอยู่กับตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปัจจัยสี่ โดยเฉพาะเรื่องของการขอสัญชาติ/สถานะบุคคล ซึ่งเป็นไปได้ยากมากหากไม่มีเงินก็ไม่มีใครที่จะช่วยเหลือเลย เมื่อก่อนหน้านี้คิดๆดูแล้วตนเองรู้สึกน้อยใจที่ต้องมาเจอปัญหามากมายเช่นนี้อยากลองไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสักครั้งก็ไม่ได้ไปเนื่องจากไม่มีเงินค่าเดินทาง ค่ารักษาที่จะต้องจ่ายเองเพราะไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน การออกนอกพื้นที่หมู่บ้านได้ต้องทำใบผ่าน และไม่สามารถสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย และดิฉันเริ่มจะมามีความหวังมากขึ้นจากการไปขอรับคำปรึกษาจากผู้นำคริสเตียนที่โบสถ์(อาจารย์อานนท์ จะบู เป็นอาสาสมัครของพันธกิจเอดส์ฯ) ซึ่งก็ได้นำเรื่องนี้มาบอกกับทางเจ้าหน้าที่ของพันธกิจเอดส์ฯและรับปากว่าจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น
(CAM ได้ติดตามและประสานส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลเชียงดาวแล้วตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคมเป็นต้นมา- ปัจจุบันแล้ว) แต่นางนาอื่อ จะแล ยังคงมีความวิตกกังวลอีกว่าหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลแล้วจะทำอย่างไรหากมีการเจ็บป่วยขึ้นอีก และเมื่ออยู่ที่บ้านจะเอาอะไรกิน? จะได้รับการช่วยเหลืออย่างยั่งยืนที่ไหน? แบบใด? ในเรื่องสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ เนื่องจากยังมีลูกน้อยอีก 3 คน ที่ต้องการการเลี้ยงดู การช่วยเหลือจากผู้เป็นแม่? แล้วใครล่ะที่จะช่วยครอบครัวผู้น่าสงสารนี้????

มิตร คลของพระเจ้า
รายงาย
26/08/2008

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

EXP.17 ปีพันธกิจสุขภาวะสภาคริสตจักรฯEP.1"ครอบครัวคริสเตียนกับสุขภาวะ(สุขภาพ)"

เที่ยวเมืองสิบสองปัันนา

สรุปผลการประชุมเวทีคืนสิทธิ